แนะนำหนังน่าดู สำหรับน้องๆนักเรียน ในช่วงปิดเทอมลากยาว 2563

ปิดเทอมนานหลายเดือน ใครเบื่อบ้าง ยกมือขึ้น! ดูหนังออนไลน์ วันนี้เราจะมาชวนน้องๆเปิด เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์อยู่บ้านแก้เบื่อในช่วงปิดเทอมลากยาวแบบนี้ ทั้งเหงาทั้งเซ็งกันมากๆเลย ใช่มั้ยล่ะ นอกจากเทศกาลสงกรานต์จะถูกยกเลิกแล้ว ในปี 2563 นี้ เรียกได้ว่าเป็นปีที่มีช่วงปิดเทอมยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ทำท่าว่าจะอยู่อีกนาน ทำให้ปิดเทอมนี้น้อง ๆ หลายคนมีเวลาว่างมากขึ้นเป็นกอง แถมยังออกไปไหนไม่ได้ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน วันนี้ทางเราขอนำเสนอ หนังออนไลน์น่าดูในช่วงปิดเทอมยาวให้ได้ดูแบบจุกๆแก้เบื่อกัน จะมีเรื่องอะไรกันบ้างมาติดตามกันได้เลย

1. SuckSeed ห่วยขั้นเทพ
ประเดิมด้วยหนังไทยของค่าย GTH เป็นหนังที่ว่าด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการหาอะไรทำในช่วงวัยเรียนจนได้มาพบกับสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือ ดนตรี ซึ่งมาพร้อมกับความรักในวัยหนุ่มสาว ที่จะทำให้นักเรียนในช่วงปิดเทอมต่างฝันหวานไปตามๆกัน อีกทั้งยังมีนักร้องเพลงร็อคที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นมาปรากฏตัวในหนังอีกเยอะแยะมากมาย หนังจะสนุกขนาดไหนลองไปหากันดูได้เลยจ้า

2.Ironman (ภาค 1-3) มหาประลัยคนเกราะเหล็ก
มาต่อกันด้วยหนังของค่ายซูเปอร์ฮีโร่กันบ้าง เมื่อเราปิดเทอมเวลาว่างก็จะเยอะจนไม่รู้จะทำอะไร ทางเราจึงคิดได้ว่า นักเรียนคงต้องชอบไลฟ์สไตล์และอุปลักษณะนิสัยการใช้ชีวิตของ Tony Stark แน่นอน และแนะนำให้ดู 3 ภาครวดไปเลย

3. Pirate of The Carribian (ภาค 1-5) ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน
หนังว่าด้วยโจรสลัดที่คาแรกเตอร์เป็นที่น่าจดจำจนตราตรึงใจหลายๆคน ในช่วงปิดเทอมนี้แนะนำว่าดูไปเลย 5 ภาครวด แล้วน้องๆ จะต้องรู้สึกสนุกกับความกวนของ Jack Sparrow ในหนังอย่างแน่นอน

4. Fast and Furious (ภาค 1-8) ฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส
เอาใจคนที่ชื่นชอบรถซิ่ง หรือชื่นชอบในการแต่งรถ ขอแนะนำ Fast and Furious ทั้ง 8 ภาค ในเมื่อปิดเทอมมันว่างมาก จัดไปเลย 8 ภาครวดเดียว ถือว่าคุ้มจะได้รู้สึกถึงความเข้มข้นของหนังที่พูดถึงกันแบบครอบครัว มิตรภาพ และที่สำคัญหนังยังดำเนินเรื่องตัวละครมาตั้งแต่ตอนวัยรุ่นจนถึงยุควัยหนุ่มสาว ใครวาดฝันไว้อยากมีรถแบบนี้ก็ลองไปดูกันได้เลย

5. Train to Busan : ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง
เอาใจผู้หญิงแฟนคลับ กงยู กันบ้างกับหนังเรื่อง Train to Busan หนังซอมบี้สุดมันส์ที่ได้พระเอกแม่เหล็กอย่างกงยูมาแสดงทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างกรี๊ดกร๊าดกันถล่มทลาย แต่ไม่ใช่แค่นั้น โดยรวมแล้วหนังถือว่าสนุกมากจริงๆ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย

6. Harry Potter (ภาค 1- 7.1,7.2) แฮร์รี่ พอตเตอร์
หนังภาคต่อสำหรับคอหนังเวทมนตร์ที่โด่งดังอย่าง แฮรรี่ พอตเตอร์ เอาใจสาวกแฮรี่จัดไปเลยถึง 8 ภาคด้วยกัน เหมาะกับเวลาว่างของน้องๆ ที่ต้องการหาหนังดูในช่วงปิดเทอมจริงๆ

7. Lord of The Ring (ภาค 1-3) อภินิหารแหวนครองพิภพ
แหวนของข้า สมีกอล ประโยคนี้คงคุ้นหูใครหลายคน กับหนังแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่และพูดถึงกันมากในช่วงนั้น ปัจจุบันก็ยังคงพูดถึงกันอยู่ ปิดเทอมนี้ว่างๆก็ไปดูกันเลย 3 ภาค ห้ามพลาดเด็ดขาดกับหนังเรื่องนี้

8. Inception : อินเซ็ปชั่น จิตพิฆาตโลก
หนังเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างถกเถียงกันเกี่ยวกับ Easter Egg ในหนังว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไรกันแน่ ในช่วงปิดเทอมนี้ร่วมไปหาคำตอบกันได้เลย ถ้าพลาดขึ้นมาระวังเปิดเทอมจะเถียงเพื่อนไม่ทันนะ

9. Avengers (ภาค1-2) อเวนเจอร์ส
ปิดท้ายกันด้วยหนังรวมดาวเด่นของซูเปอร์ฮีโร่ก่อนที่จะไปดูกันต่อใน Infinity War ช่วงเดือนเมษา เป็นหนังที่เหมาะกับนักเรียนในช่วงปิดเทอมอย่างแท้จริง เขาว่ากันว่า Marvel คือเจ้าพ่อหนังสำหรับวัยรุ่น ถ้าในช่วงปิดเทอมไม่มีอะไรทำแนะนำลองไปดูกันนะวัยรุ่น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

อยากรู้ว่าหนังเรื่องไหนน่าดู จะต้องดูองค์ประกอบอะไรบ้าง

อยากดูหนังแก้เบื่อสักเรื่อง เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาแต่ละที หนังมันช่างมีให้เลือกมากมายอลังการ ทั้งหนังใหม่ หนังเก่า ทำเอาเลือกยากตาลายซะเหลือเกินว่าจะดูเรื่องไหนดี บางเรื่องพอเปิดเข้าดูแล้วก็ไม่ไหวไม่ได้ดั่งใจเลย เจอปัญหาแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกันมั้ย ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถ้าคุณไม่อยากผิดหวังกับหนังที่เลือกดู ลองมาดูเกณฑ์ในการเลือกหนังกัน ไม่ต้องสุ่มมั่วให้เสียเวลา และเพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูหนังให้มากขึ้นกว่าเดิม

1. คุณภาพการผลิต (Production)
หนังคุณภาพหลายเรื่องที่ออกฉายให้เราได้ดู ล้วนแล้วแต่เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอเทือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น X-men, King Kong, Iron Man, The Avengers, The Hunger Games หรือแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์ อย่าง Avatar ที่เบื้องหลังมีการทำงานในสตูดิโอ ส่วนสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำหนังก็มีหลายค่าย มีทั้งสตูดิโอเล็ก และสตูดิโอใหญ่ นอกจากนี้ลักษณะการถ่ายทำ และเทคนิคต่างๆ ของแต่ละค่ายมีความถนัดที่แตกต่างกัน

2. เรตติ้ง (Rating)
สำหรับเรตติ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการจัดประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้นก็ได้ คะแนนของหนังจะเน้นการกระทำไปพร้อมกับการดำเนินเรื่อง เพื่อให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วย

3. นักแสดง (Actors)
การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลที่สำคัญของหนัง การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลอื่นๆ ซึ่งจะต้องดูด้วยว่าผู้กำกับ และนักแสดงหลักเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง และมีประวัติการทำหนัง หรือแสดงหนังเรื่องใดมาก่อน ถนัดหนังประเภทไหน เหล่านี้ก็สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องที่คุณสนใจมีคุณภาพมากแค่ไหน

4.เพลงประกอบ (Music sound)
สำหรับเพลงประกอบหนัง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อหนังอย่างมาก ดังนั้น เพลงประกอบที่ดีเมื่อได้ยินแล้วเราจะต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงด้วย ฟังแล้วเคลิ้มตาม ฉากต่างๆ ในหนังผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง ยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจ เขินอายด้วยฉากรักสุดแสนโรแมนติก สะเทือนใจด้วยฉากเศร้าบีบคั้นอารมณ์ ซึ่งอารมณ์ร่วมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้มาจากความสอดคล้องของบทเพลงประกอบกับเนื้อเรื่องหลัก และอารมณ์ของหนังร่วมด้วย

5.คาแรคเตอร์ของหนัง (Character)
ต้องดูด้วยว่าหนังเรื่องดังกล่าวมีคาแรคเตอร์เป็นอย่างไร บทภาพยนตร์ถูกดัดแปลงมาจากงานอื่น หรือมีแนวคิดมาจากไหน? ที่สำคัญต้องดูด้วยว่าบทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีประสิทธิภาพหรือไม่ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการแสดง และบทสนทนาได้ดีแค่ไหน นักแสดงนำของเรื่องเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง สามารถเข้าถึงบทตัวละครและถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมรู้สึกอินตามได้มากน้อยแค่ไหน

6.ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ (Photographer)
ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ เป็นทีมงานที่มีความสำคัญกับหนังมาก เพราะการกำกับภาพจะช่วยส่งอารมณ์หนังไปยัง ผู้ชม ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมในฉากเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อภาพที่ต่อเนื่อง หรือเทคนิคมุมกล้องที่ทำให้ฉากประกอบในหนังดูมีชีวิตชีวา หนังบางเรื่องเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพ บทพูดของตัวละครน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีบทพูดเลย ซึ่งการเล่าเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยวิธีการกำกับภาพที่ดี จึงจะสามารถสื่อถึงอารมณ์ของภาพ อารมณ์ของตัวละคร และอารมณ์ของหนังให้ผู้ชมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กันค่ะ

7.เทคนิคพิเศษ (Special Effects)
เทคนิคพิเศษในหนังจะสร้างภาพในจินตนาการผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ให้ออกมามีความสมจริงยิ่งขึ้น คือ เทคนิคพิเศษที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยการนำอุปกรณ์มาประดิษฐ์และสร้างสรรค์ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง ไม่ว่าจะเป็นระเบิด เลือด รอยบาดแผล อาวุธ เป็นต้น และหนังที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ โปรแกรมการแมตช์ภาพ เทคนิค CGI การใช้ภาพซ้อน หรือการสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เทคนิคพิเศษที่อยู่ในหนังจะต้องสอดคล้องกับบท มีความเนียนและสมจริง ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินในขณะดูหนังไปด้วย

8.แผนการตลาด (Marketing)
การสร้างภาพยนตร์จัดว่าเป็นสื่อที่ต้องใช้เวลา และเงินลงทุนในการจัดสร้างค่อนข้างสูง เพราะมีองค์ประกอบ และปัจจัยต่างๆ หลายอย่างร่วมกัน ยิ่งเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่มีผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มีบทภาพยนตร์ที่ดี น่าสนใจ ฉากอลังการ ใช้เทคนิคการถ่ายทำประกอบกับการลงทุนมหาศาลในการสร้างแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการทำหนังก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปด้วย เพื่อให้งานออกมามีคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องเข้าใจทิศทางของตลาดด้วยว่า ณ เวลานั้น ตลาดต้องการความบันเทิงรูปแบบไหน เพราะถ้ามาถูกทางก็จะสามารถสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับเงิน และแรงที่ลงทุนไป ซึ่งอาจทำกำไรได้มหาศาลด้วยเช่นกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอยู่บ้านถึงจะพลาดสาดน้ำสงกรานต์ แต่ไม่พลาดความสนุก

ไม่ได้เล่นน้ำสงกรานต์ไม่ต้องเสียใจไป วันนี้เราจะชวนทุกคน เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังอยู่บ้านให้หายเบื่อกัน เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมถึงที่ประเทศไทยเราด้วย จึงทำให้เทศกาลสงกรานต์บ้านเราถูกสั่งงดทุกพื้นที่! (เสียใจ) ถึงจะเสียใจแต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังมีหนังออนไลน์ไว้ดูแก้ความเบื่อในช่วงนี้ไปได้ วันนี้เราได้รวบรวมความสนุก มาให้ทุกคนดูอยู่บ้านกันแบบเอาให้ตาแฉะกันไปข้างนึงเลยไม่ว่าจะเป็นคอหนังแอคชั่น ฮีโร่ อนิเมชั่นหรือคอหนังแนวสยองขวัญก็มีครบ จะมีเรื่องไหนบ้าง อย่าช้า มาดูกันเลย

1. Jurassic World: Fallen Kingdom (จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย)
นับเป็นเวลากว่า 4 ปี หลังจากกองทัพไดโนเสาร์บุกเข้าทำลาย Jurassic World!! สวนสนุกกึ่งรีสอร์ทสุดหรูที่มนุษย์สร้างขึ้นกักกันและใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ทำเงินเยี่ยงสัตว์โชว์ เพื่อทวงดินแดนธรรมชาติและอิสรภาพในป่ากว้างของพวกมันคืน แต่ภัยพิบัติอันร้อนระอุที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัวบนภูเขาไฟลูกยักษ์ในครั้งนี้ ก็อาจถึงคราวที่เหล่าไดโนเสาร์คมเขี้ยวร้ายต้องขอความช่วยเหลือจากมนุษย์บ้าง เรื่องราวจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน! เปิดดูเรื่องนี้ด่วนเลย

2. The Nutcracker and the Four Realms (เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์)
ทุกตำนานย่อมมีด้านมืดให้คุณได้ค้นพบ เรื่องนี้จะพาคุณผจญภัยไปในสี่ดินแดนมหัศจรรย์ กับเคียร่า ไนท์ลีย์ และแม็คเคนซี่ ฟอย พร้อมด้วย เฮเลน เมียร์เรน และมอร์แกน ฟรีแมน ใน Disney’s The Nutcracker and the Four Realms “เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์” The Nutcracker and the Four Realms ดัดแปลงจากนิยาย The Nutcracker and the Mouse King เมื่อปี 1816 ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาว อย่าง คลาร่า ที่ตามหากุญแจวิเศษหายที่หายไป โดยกุญแจนี้จะสามารถเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่คุณแม่ที่จากไปของเธอได้ให้ไว้ จากนั้น คลาร่า จึงได้รับด้ายทองคำจาก Drosselmeyer (มอร์แกน ฟรีแมน)พ่อทูนหัวในงานปาร์ตี้วันหยุดประจำปี ซึ่งจะนำให้เธอไปสู่อีกมิติหนึ่งอันน่าพิศวง

3. Fantastic Beasts 2 (สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์)
ถ้าโลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษใน Harry Potter มี รูเบอัส แฮกริด ภาพยนตร์จากโลกเวทมนตร์เดียวกันฝั่งอเมริกาอย่าง Fantastic Beasts ก็มี นิวท์ สคามันเดอร์ ผู้เป็นทั้งเจ้าของและผู้ดูแล คอยส่งเหล่าสัตว์วิเศษมาเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้เฮฮาและตื่นตาตื่นใจกันไปตลอดเรื่อง !

4. Avengers: Infinity War (มหาสงครามล้างจักรวาล)
เป็นภาคที่รวมเหล่าฮีโร่ของ Marval ไว้ได้มากที่สุดสำหรับอภิมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ Avengers: Infinity War เหล่าอเวนเจอร์ยังคงต้องปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์ฮีโร่คนเดียวจะรับมือได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมเผด็จการแห่งจักรวาล เป้าหมายของเขาคือการรวบรวมอัญมณี อินฟินิตี้สโตนส์ทั้งหก เพื่อครอบครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง และใช้พวกมันในการเปลี่ยนแปลงความจริงทั้งมวลของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อเวนเจอร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ ชะตากรรมของโลกและจักรวาลไม่เคยสั่นคลอนเท่านี้มาก่อน

5. X-Men: Dark Phoenix (X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์)
ภาพยนตร์ภาคต่อในเฟรนไชส์ X-Men เมื่อ Jean Grey ได้พัฒนาพลังของเธอจนสูงขึ้นและได้เริ่มเปลี่ยนเธอให้กลายเป็น Dark Phoenix เหล่า X-Men จึงต้องร่วมมือกันหยุดยั้งเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป X-Men: Dark Phoenix กำกับโดย ไซมอน คินเบิร์ก นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, โอลิเวีย มันน และ โซเฟีย เทอเนอร์ เป็นหนังที่คอแอคชั่นไม่ควรพลาดเลยน้า

6. The Nun (เดอะ นัน)
ความเฮี้ยนของผีแม่ชีที่หลายคนยังจดจำได้ดีจาก The Conjuring 2 กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งแบบเต็ม ๆ โดย ผีแม่ชีกำลังจะมีภาคแยกเป็นของตัวเองใน The Nun โดยหนังยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) ต้นตำหรับความเฮี้ยนกลับมาในฐานะโปรดิวเซอร์ร่วมกับ ปีเตอร์ ซาฟราน (Peter Safran) และได้เจ้าของความหลอนจาก Annabelle อย่าง แกรี่ เดาเบอร์แมน (Gary Dauberman) รับหน้าที่เขียนบท จะน่ากลัวขนาดไหนต้องดูเรื่องนี้ให้ได้

7. The Incredibles 2 (รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2)
ถือเป็นอนิเมชั่นพิซาร์ที่แฟนๆตั้งตารอคอยภาคต่อมากที่สุด แต่ทางค่ายก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเข็น “Cars” ออกมาได้ถึง 3 ภาค แม้ภาคที่ 2 จะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ก็ตาม (แต่เพราะได้ยอดจากการขายของเล่นจึงทำให้มีภาคต่อตามมา) เชื่อว่าหากนำอนิเมชั่นที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น พิกซาร์ก็ยังคงรับทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น Toy Story 2-3 และ Finding Doryแน่นอน

8. Bumblebee 2018 (บัมเบิ้ลบี)
หนังภาคแยกของหนังชุดหุ่นแปลงร่าง “Transformers” ที่ประเดิมด้วยตัวเอกขวัญใจแฟน ๆ อย่าง “บัมเบิ้ลบี” ที่เล่าย้อนกลับไปในปี 1987 หรือ หลังสงครามกลางเมืองบนดาวไซเบอตรอน ระหว่าง ออโต้บอท และ ดีเซปติคอน จนต้องมาหลบซ่อนบนโลกมนุษย์ ทำให้ได้เจอกับ ชาร์ลี ที่พบซากของบัมเบิ้ลบีโดยบังเอิญและปลุกชีพโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้ ดีเซปติคอน ตามไล่ล่า พร้อมกับเผยอดีตเจ้าหุ่นสีเหลืองตัวนี้ ความน่าสนใจคือนักแสดง ที่ได้ยอดนักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง John Cena มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย ส่วนบทบาท ชาร์ลี ได้ Hailee Steinfeld ที่เพิ่งโด่งดังจาก Pitch Perfect

9. Aquaman (อควาแมน เจ้าสมุทร)
เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นความสามารถและพละกำลังของราชาแห่งจ้าวสมุทร อควาแมน เจ้าผู้ครองอาณาจักรใต้ทะเล มีความสามารถในการสื่อสารและควบคุมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League นำแสดงโดย เจสัน โมมัว ในบท อควาแมน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League หนังยังร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกหลายชีวิต อาทิ แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard), นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman), เทมูรา มอริสัน (Temuera Morrison), จากผลงานการกำกับ เจมส์ วาน (James Wan) รับรองความสนุกเลยเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอะไร ตอนไหนดีที่สุด? จัดการนาฬิกาชีวิตของคุณให้เป็นประโยชน์

เคยสงสัยมั้ยว่า จะเปิด ดูหนังออนไลน์ สักเรื่อง หรืออ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ในช่วงเวลา เช้า สาย บ่าย เที่ยง จะให้ดีควรทำเวลาไหน หนังแนวนี้เหมาะกับช่วงเวลาไหน ต้องเลือกทำเวลาใดให้เหมาะกับสภาพร่างกายและสมอง ส่วนมากแล้วเรามักจะเจอแต่คำแนะนำว่า ควรทำอะไร หรือควรทำอย่างไร แต่กลับไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องเวลาว่าเราควรทำตอนไหน ฟังดูอาจจะซับซ้อนไปสักหน่อยใช่มั้ยล่ะท่านผู้ชม แต่ไม่ต้องกังวลใจใป เรามีทริคดีๆเกี่ยวกับ การจัดการนาฬิกาชีวิตให้เป็นประโยชน์ มาแนะนำทุกคน ลองทำตามนี้ดู ช่วงเวลาไหนควรทำอะไรเลือกดูหนังแนวใด แล้วจะรู้สึกว่าจิตใจมันแฮปปี้ดีมากจริงๆ

ผลวิจัยที่จะทำให้คุณใช้นาฬิกาชีวิตให้เป็นประโยชน์
งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ‘เวลาเหมาะสมที่จะทำทุกอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพและฮอร์โมนของเรา’ วิทยาศาสตร์เรียกเวลาที่เหมาะสมนี้ว่า chronobiology หรือ นาฬิกาชีวิต โดย ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาคลินิกและนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine เขียนหนังสือ The Power of When โดยเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการทำกิจกรรมต่างๆ

เคยสงสัยไหมว่าเราควรเลือกทำอะไรช่วงไหนถึงจะส่งผลดี
ส่วนมากแล้วเรามักจะเจอแต่คำแนะนำว่า ควรทำอะไร หรือควรทำอย่างไร แต่กลับไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องเวลาว่าเราควรทำตอนไหน ซึ่งความจริงแล้ววิทยาศาสตร์มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ เนื้อหาบางส่วนในหนังสือ The Power of When โดยระบุว่า เวลาที่เหมาะสมที่จะทำทุกอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพและฮอร์โมนของเรา โดยทางวิทยาศาสตร์เรียกเวลาเหมาะสมนี้ว่า chronobiologyหรือ นาฬิกาชีวิต
ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาคลินิกและนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine ผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าวเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานต่างๆ เขาบอกว่า นาฬิกานี้ถูกฝังอยู่ในสมองของคุณตั้งแต่คุณยังเป็นทารก ไม่แน่ว่าถ้าคุณลองยึดรูปแบบนาฬิกาชีวิตตามตัวอย่างข้างล่างนี้ ก็อาจช่วยให้การดำเนินชีวิตของตัวคุณเองราบรื่นได้ไม่น้อย

เวลาที่ดีที่สุดในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ดร.ไมเคิล บรูส ระบุว่าช่วงเวลาของการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของคนเราจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่ออยู่ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. และ 16.00-22.00 น. เนื่องจากสมองจะอยู่ในช่วงที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆ มากที่สุด
หนังที่เหมาะแก่การดูในช่วงเวลานี้คือ Sci-Fi Movies (หนังวิทยาศาสตร์) Documentaries (หนังสารคดี) Adventure (หนังแนวผจญภัย)
ขณะที่ช่วงเวลาที่ไม่ควรจะเรียนรู้ หรือขวนขวายอะไรให้เข้ามาในสมองคือช่วง 04.00-07.00 น. เนื่องจากเป็นเวลาที่สมองพักผ่อน หนังที่ไม่เหมาะแก่การดูในช่วงเวลานี้ War (หนังสงคราม) และ Thriller Movies (หนังแนวระทึกขวัญ)

เวลาที่ดีที่สุดในการระดมความคิด
ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยมากในเวลาที่เราต้องการมากที่สุด นั่นก็คือช่วงเวลา 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำงานตามปกติของคนทั่วไป แต่ดร.บรูส กลับพบว่าช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์จะทำงานได้ดีที่สุดกลับเป็นช่วงเวลาที่เราเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า และสมองเริ่มฟุ้งซ่าน เพราะสมองด้านซ้ายและด้านขวาจะเชื่อมต่อกันและกระตุ้นความคิดใหม่ๆ นั่นอาจหมายถึงช่วงบ่ายๆ และในช่วงนี้ยังเหมาะแก่การดูหนัง Fantasy (หนังแนวผสมจินตนาการ) และ Musicals Movies (หนังเกี่ยวกับเพลง) ให้สมองด้านซ้ายได้โลดแล่นเติมจิตนาการเต็มที่

เวลาที่ดีที่สุดในการพักผ่อนหย่อนใจ
บ่ายวันศุกร์คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเนื่องจากวันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ซึ่งมักจะเป็นวันที่ทำงานได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แต่คนส่วนมากกลับอารมณ์ดี เพราะว่าพรุ่งนี้จะได้หยุดพักผ่อน จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจะขออะไรทำอะไร บางอย่างเพิ่มหรืออาจจะขายของก็ย่อมได้ ส่วนวันที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือเช้าวันจันทร์ เพราะคนส่วนมากจะอยู่ในอารมณ์เครียดและรู้สึกไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการ ดื่มกาแฟ เขียนนวนิยาย หรือแม้กระทั่งเวลาที่คุณควรมีเซ็กซ์ และช่วงเวลานี้ยังเหมาะแกการดูหนัง Comedy (หนังตลก) ,Family (หนังครอบครัว) ,Animation (หนังการ์ตูน) ,Romance (หนังโรแมนติก) และ Erotic (หนังผู้ใหญ่)

การค้นพบฟังก์ชันต่างๆ ของนาฬิกาชีวิตอาจไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป แต่มันสำคัญอย่างยิ่งหากคุณต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือเรียนหนังสือ การดูหนัง การพักผ่อนให้ได้ผลออกมาดีที่สุดบนพื้นฐานของร่างกายที่สอดคล้องกัน อย่าลืมนำทริคดีๆ แบบนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ทำไมต้องเป็น ป๊อปคอร์น…ขนมที่ถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง

เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาทีไร ก็นึกถึงขนมที่กินตอนดูหนังไปด้วยทุกที คุณเป็นคนนึงมั้ย ที่เวลาจะดูหนังต้องมีขนมมากินด้วย และขนมที่ชวนให้อยากกินตอนดูหนังไม่ว่าจะตอนไหน ก็คือเจ้า ขนมป๊อปคอร์น นั่นเอง เคยสงสัยกันไหม ว่าเราเริ่มกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นต้นคิด แล้วทำไมต้องเป็นป๊อปคอร์น ทำไมไม่เป็นไส้กรอก ขนมปัง คุกกี้ หรือสายไหมบ้าง วันนี้ เราจะมาเฉลยให้ฟัง ว่าทำไมคนถึงนิยมกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังแทนที่จะเป็นขนมอย่างอื่น กินป๊อปคอร์นตอนดูหนังมีที่มาที่ไปจากอะไร ทำไมถึงแพร่หลายไปทั่วทุกทีขนาดนี้ ขนาดเราเองจะดูหนังทีไรก็ต้องอยากกินป๊อปคอร์นด้วยตลอดเลย

บ้านเกิดของ Popcorn Culture คือ สหรัฐอเมริกา
แต่เดิมนั้นป๊อปคอร์นเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนืออยู่แล้ว เพราะทำง่าย ราคาถูก ได้ปริมาณเยอะ จนกระทั่งปี 1848 ก็มีผู้คิดค้นตู้ทำป๊อปคอร์นแบบเคลื่อนที่ขึ้นมา และทำให้อาชีพคนขายป๊อปคอร์นแพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น คนขายมักจะเข็นตู้ป๊อปคอร์นไปตั้งขายในที่คนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงละครเวที หน้าโรงละครสัตว์ ตามงานเทศกาล รวมไปถึงหน้าโรงหนังด้วย แม้ว่าสมัยนั้นโรงหนังจะยังไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไป ป๊อปคอร์นก็ยังขายดิบขายดีทุกครั้งหลังหนังฉายจบ เพราะคนที่เพิ่งดูหนังออกมาจากโรง ก็มักจะท้องหิว อีกทั้งกลิ่นหอมฟุ้งและเสียงปะทุของป๊อปคอร์นยังดึงความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ป๊อปคอร์น กับ โรงหนังจากของต้องห้าม กลายเป็นตัวทำกำไร
พอถึงยุคถัดมา ที่โรงหนังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างโรงละครเวทีหรือละครสัตว์แบบไม่เห็นฝุ่น ประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (The Great Depression) ขึ้นในอเมริกาพอดี ยิ่งทำให้ขนมราคาถูกอย่างป๊อปคอร์นขายดีสุด ๆ จนโรงหนังต้องยอมอนุญาตให้คนเอาป๊อปคอร์นเข้าไปกินในโรงได้ นับจากนั้นมา ป๊อปคอร์นก็ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูหนังอย่างเต็มตัว ไม่นานนัก เจ้าของธุรกิจโรงหนังก็เล็งเห็นโอกาสในการทำกำไรจากป๊อปคอร์น พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่ จัดแจงไล่คนขายไปซะ แล้วตั้งบูธขายป๊อปคอร์นของโรงหนังเองซะเลย บวกราคาเพิ่ม และตั้งกฎไม่ให้คนดูเอาอาหารจากภายนอกเข้าไป ตั้งแต่นั้นมา โรงหนังก็ได้สิทธิ์ผูกขาดในการขายป๊อปคอร์น (แพง ๆ) แต่เพียงผู้เดียว

ขนมป๊อปคอร์น กับการกินตอนดูหนัง
ตอนนี้วัฒนธรรมป๊อปคอร์นได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขนาดเราเองเวลาจะดูหนังออนไลน์ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน ยังต้องมีป๊อปคอร์นชามใหญ่มานั่งกินไปด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ แอบกระซิบบอกเลยว่าคั่วเองกินเองที่บ้านต้นทุนถูกกว่าซื้อหน้าโรงหนังหลายเท่าตัว ประหยัดทั้งค่าตั๋ว ค่าขนม ฟินคูณสองเลย

ทีนี้เราก็พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมต้องขนมป๊อปคอร์นถึงถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง แต่ไม่ว่าจะเปิด เว็บดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือดูในโรงหนัง การมีอะไรอร่อยๆ กินไปด้วยดูไปด้วยนั้นเป็นการเพิ่มพูนความสุขในการดูหนังไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชี้แนะหนังดีมีประโยชน์สุดได้รับความนิยมแนวแพทย์ ครบรสอีกทั้งวิชาความรู้ ความฟิน

อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังออนไลน์ ซีปรี่ย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ กันเถิดเรา ต่อเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด คนจำนวนไม่น้อยก็เลยเริ่มมองเห็นจุดสำคัญของความสะอาด และก็การรักษาสุขภาพร่างกายกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนังหรือซีปรี่ย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกเหนือจากที่จะช่วยทำให้พวกเรารู้เรื่องลักษณะการทำงานของแพทย์ การวิเคราะห์โรค การดูแลคนป่วย แล้วยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเอง ลักษณะโรค ลักษณะโรค ผ่านการแสดงที่เสนอมาจากความจริงผ่านนักแสดง แถมพวกเรายังจะได้ทราบจะโรคต่างๆที่พวกเราบางทีอาจไม่ทราบจะมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆมีประโยชน์อย่างนี้ต้องหาดูแล้วจะมีเรื่องมีราวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ

1. ER (Emergency Room) ศึกษาคำว่า เร่งด่วน
เจ้าตำรับซีปรี่ย์ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงมากมายก่ายกอง ซึ่งเรื่องราวได้สะท้อนการเป็นแพทย์ในห้องเร่งด่วนที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในทุกวันจะมีคนป่วยรีบด่วน มาเป็นบททดลองให้กับแพทย์ และก็ซีรีย์หัวข้อนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้พวกเราแลเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่ปรับปรุงแล้ว

2. Grow Up หรือ หมอฝึกฝนทดสอบสนาม
ศึกษาก่อนที่จะเป็นหมอ รวมทั้งเติบโตไปร่วมกัน ซีปรี่ย์ Grow Up ผู้สร้างจากจีน ได้แตกต่างกระบวนการทำซีปรี่ย์ไปออกจะมากมาย คนไม่ใช่น้อยที่ดูหนังจีนมาก่อน บางครั้งอาจจะจำต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองใหม่กับหัวข้อนี้อย่างยิ่งจริงๆ เรื่องราว เอ๋ยถึงเด็กหญิงคนหนึ่งที่ฝันต้องการจะเป็นแพทย์ที่ดี แต่ว่าพอเพียงเข้ามาฝึกการทำงานในโรงหมอในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับต้องมาพบว่าการเป็นแพทย์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การดูแลและรักษาคนแค่นั้น สิ่งที่คุณจำต้องพบเจอนั้นเป็น กฎข้อปฏิบัติ ข้อบังคับ รวมทั้งการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น และก็ที่สำคัญเป็น การจำเป็นต้องมองเห็นผู้ที่ตนเองรักษาตายต่อหน้า โน่นเป็นบททดลองแรกเพียงแค่นั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าดึงดูด หากแม้ตนเองจะเป็นแพทย์ แต่ว่าก็ไม่บางทีอาจรักษาช่วยเหลือบุตรสาวผู้เดียวไว้ได้

3. Doctor X (แพทย์ซ่าส์ชนิดเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน ไม่จิโกะ เป็นหมอมือชั้นยอดของประเทศญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม และก็วัฒนธรรมในโรงหมอ เป็นผู้ต้านทานหัวข้อการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนพอใจแต่ว่าการดูแลและรักษาโรคของคนเจ็บเพียงแค่นั้น แต่ละเคสที่แพทย์ไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนข้างจะยาก แต่ว่าไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีปรี่ย์ประเด็นนี้ แม้ว่าจะมองเกินจริงไปนิด แต่ว่าเก็บใจความสำคัญประเด็นการรักษาโรคเจริญ ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมหน่วยงานได้น่าดึงดูดทีเดียว

4. Good Doctor (แพทย์ฟ้าประทาน)
มั่นใจว่า ซีปรี่ย์หัวข้อนี้เป็นอันดับแรกในใจใครๆหลายท่าน เรื่องราวกล่าวถึงการต่อสู้ของแพทย์คนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดธรรมดาทางวิวัฒนาการ แต่ว่าเขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม แล้วก็มีความรู้ความเข้าใจมากพอที่จะเป็นแพทย์ได้ แม้กระนั้นเขาก็สามารถทำความเข้าใจรวมทั้งดำเนินชีวิตได้อย่างคนธรรมดา ซึ่งถ้าคนไหนมองประเด็นนี้แล้วจะเข้าจิตใจผู้ที่เป็นออทิสติกเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งลักษณะการทำงานของแพทย์ ที่จำเป็นต้องฝ่าฟันขวากหนามต่างๆเพื่อเป็นแพทย์ที่แกร่งในอนาคต

5. Beautiful Mind (เพศชายหลายมิติ)
หากแพทย์ไม่สามารถที่จะรู้เรื่องความรู้สึกของคนไข้ แล้วจะรักษาผู้เจ็บป่วยได้ยังไง ซีปรี่ย์ประเด็นนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของแพทย์คนหนึ่ง ที่จำเป็นต้องฝึกหัดอ่านสีหน้าท่าทางแล้วก็ลีลาของคน ในขณะที่ตนเองรักษาผู้เจ็บป่วย แพทย์เองก็จำเป็นต้องบำบัดรักษาและก็รักษาโรคของตนเองที่เป็นอยู่ด้วย นอกเหนือจากนั้นซีปรี่ย์ประเด็นนี้ ยังเล่าถึงกระบวนการทำธุรกิจโรงหมอ ซึ่งมิได้จำกัดเพียงแค่การให้บริการด้านการแพทย์แค่นั้น แต่ว่ายังรวมถึงสร้างสรรค์การค้นคว้าวิจัยการดูแลรักษาโรค เพื่อได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจจิตใจคุณให้พบรัก)
ซีรีย์ประเด็นนี้ เล่าถึงเด็กหญิงใช้การไม่ได้คนหนึ่ง ที่มีแรงกระตุ้นตนเองจนถึงสามารถเป็นแพทย์ได้ ถึงแม้ประเด็นนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แต่ว่าก็มีมุมมองเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้พวกเราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีปรี่ย์ที่เล่าราวลักษณะการทำงานของหมอ ที่ทำให้มองเห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ รวมทั้งแนวทางการทำงานของแพทย์ ที่เคยอยู่ในจุดสุดยอดของชีวิต สัมผัสไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต และก็กล่าวถึงระบบทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีปรี่ย์น้ำดีจากฝั่งประเทศเกาหลี ชี้แนะเลยจ๊า ประเด็นนี้สนุกสนานมากมาย

8. it’s okay that’s love (หากรักกัน…มันก็โอเค)
มั่นใจว่า คนอีกหลายๆคนที่มองซีปรี่ย์หัวข้อนี้ต่างตรวจตนเองว่า พวกเราป่วยเป็นโรคทางจิต ไหม รวมทั้งถ้าเกิดเจ็บป่วย พวกเราจะรักษาตัวเองเช่นไร เรื่องการป่วยเป็นโรคทางจิตนั้น จำนวนมากชาวไทยมักไม่ค่อยทราบ และก็เห็นว่า การเจอจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา แม้กระนั้นอันที่จริงแล้ว การเจอจิตแพทย์ นั้นนับว่าเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความตึงเครียด อาการเหงาหงอย บางเวลาการป่วยทางใจมิได้มาจากภาวะจิตใจ แต่ว่ามาจากหลักการทำงานของสมองที่ผิดพลาด ตกลงว่า การเจอจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่าสยอง ผู้ใดกันแน่ต้องการประเมินตนเองก็ทดลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพเกี่ยวกับจิต 1323 ดูกรเพื่อถามอาการพื้นฐานได้ มองเห็นไหม ว่าการดูหนังนอกเหนือจากการที่จะบันเทิงใจแล้วยังรู้เรื่องทราบทางด้านการแพทย์มาดูแลตนเองรวมทั้งผู้ที่พวกเรารักได้อีกด้วยนะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หนีวัววิดมาดูหนังผ่านเน็ต กับ 6 หนังแนวคิดแผนชิงทรัพย์

หนีวัววิด มา ดูหนังออนไลน์ กัน ในตอนกักบริเวณอยู่บ้านแบบมันๆกับ 6 หนังแนวคิดแผนชิงทรัพย์ สุดสนุกที่คนชอบดูหนังแนวชิงทรัพย์จำต้องไม่พลาด หนังแนวจี้ปล้นนั้นมีมากมายแนวให้เลือกดู แม้กระนั้นจะมีอยู่แนวหนึ่งที่อย่างกับรวมแนวหนังทุกแนวเอาไว้ร่วมกัน มันก็คือ หนังแนวชิงทรัพย์ นั่นเองเนื่องจากว่ามีอีกทั้งแอคชั่นทริลเลอร์ตื่นเต้นตื่นเต้น บางเรื่องอาจมีความตลกขบขันหรือดราม่าแทรกสอดเข้ามาด้วย เรียกว่าสนุกเข้มข้นและก็ครบรสเยอะที่สุดในบรรดาหนังทุกแนวอย่างยิ่งจริงๆ

1. ผู้กระทำผิดกฎหมายชิงทรัพย์โลก ( Now you see me )
หนังแนวชิงทรัพย์ ที่มีส่วนผสมชั้นเลิศของการแสดงกลขั้นยอดเยี่ยม เมื่อกลุ่มโจรในรอยเปื้อนนักเล่นกลโด่งดังได้ลงมือชิงทรัพย์แบงค์ โดยใช้การเล่นกลบังหน้า ทำให้เหล่าเอฟบีไอจำเป็นต้องเข้ามาจัดแจงเรื่อง นี้แต่ว่าเรื่องมันไม่ใช้ว่าจะง่ายเลยเพราะเหตุว่านักเล่นกลได้ประกาศว่าผู้ชมจะได้เงินส่วนแบ่งด้วย

2. เปิดตำนานชิงทรัพย์บันลือโลก (The Bank Job)
ภาพยนตร์ประเด็นนี้มีเค้าเรื่องจริง มาจากเหตุชิงทรัพย์แบงค์ครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างเหี้ยมหาญศูนย์กลางกรุงลอนดอน เรื่องราวเล่าถึงการปล้นสุดฉาวโฉ่ที่พวกเหล่าโจรมิได้เพียงแค่เงินออกไปแค่นั้น แม้กระนั้นยังได้เปิดเผยความลับดำมิดหมีเยอะมากที่ถูกเก็บไว้ภายในตู้เซฟของแบงค์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นไปกับชะตาชีวิตของบรรดาขโมยแต่ละคน เมื่อดูแล้วผู้ชมผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจได้ผลสรุปที่ว่าแม้การชิงทรัพย์จะไม่ใช่เรื่องที่ถูก แต่ว่าบนโลกนี้มีเรื่องมีราวที่ไม่ดีอีกเยอะแยะหลายเรื่องหยาบช้ามากกว่าการปล้นเสียอีก สิ่งที่น่าดึงดูดของ หนังชิงทรัพย์ หัวข้อนี้เป็นมีตัวละครหลายกรุ๊ปหลายอาชีพที่มาเกี่ยวพัน แต่ละอาชีพล้วนได้รับความนับหน้าถือตา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นในเรื่องราวจริงได้พบกับความลับพื้นที่วงศ์สกุลอังกฤษได้ปกปิดไว้ด้วย แม้กระนั้นในหนังจะมีหรือไม่นั้นจะต้องไปติดตามกันมองนะคะ

3. คนภาคเหนือก้อนเมฆชิงทรัพย์ลอกคราบเมือง (Ocean’s Eleven)
หนังชิงทรัพย์ เรื่งนี้เล่าถึงดินแดนนี่โอเชี่ยนหมากและก็พวกอีก10คน ที่คิดแผนชิงทรัพย์คาสิโนมีชื่อ3ที่ในลาสเวกัส ท่ามกลางการคุ้มกันที่หนาแน่นพวกเขาลักลอบเข้าไปได้เช่นไร? ประเด็นนี้เป็นภาพยนตร์แนวคิดแผนชิงทรัพย์ชั้นยอด ที่ประสบผลสำเร็จกระทั่งจะต้องสร้างภาคต่ออย่างยิ่งจริงๆจ้ะ

4. ชิงทรัพย์ซ้อนชิงทรัพย์กลับถนนหนทางล่า (The Italian Job)
เกิดเรื่องราวการปล้นทองที่มีมูลค่ามากยิ่งกว่า4ล้านปอนด์ที่ประเทศอิตาลี โดยผู้ร้ายคนอังกฤษที่มีหัวหน้ากลุ่มยอดเยี่ยมขโมยที่เพิ่งจะพ้นโทษมาไม่นานนี้ กลุ่มชิงทรัพย์ของเขามีผู้มีอำนาจใหญ่รอช่วยเหลือ แม้กระนั้นจะชิงทรัพย์เสร็จได้เช่นไรในเมื่อมีกลุ่มมาเฟียเจ้าถื่นรอติดตามการเคลื่อนไหวอยู่เสมอเวลา

5. ชิงทรัพย์ไม่ให้จับได้ (The usual suspects)
มาต่อกันที่ยอดเยี่ยม หนังชิงทรัพย์ หักมุมในตำนานที่ได้รับเสียงชื่นชอบไปทั้งโลก ซึ่งหนังมีกลเม็ดเด็ดพรายที่ดียอดทำให้หลอกผู้คนได้อย่างอยู่มือ มีการเล่าที่หลักแหลมจริงๆและก็ทิ้งเงื่อนไว้ตลอดทั้งเรื่อง จวบจนกระทั่งขมวดปมไปสู่จุดในที่สุดทำให้หนังจบได้อย่างสมบูรณ์แบบเอามากๆหนังเล่าถึงเหตุระเบิดบนเรือผลิตภัณฑ์ที่ลูกเรือเสียชีวิตกันเกือบจะหมดเหลือรอดอยู่เพียงแค่2รายเพียงแค่นั้น รายแรกโดนไฟคลอกจนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงส่วนรายลำดับที่สองนั้นเป็นเพศชายขาเป๋ ทั้งคู่ได้ถูกไต่สวนโดยตำรวจซึ่งชายคนแรกบอกอะไรไมได้มากนักนอกเหนือจากเอ่ยชื่อชายลึกลับนามว่าไครเซอร์โคลงเคลงอร์เพียงแค่นั้น

6. ครั้งแกเราไม่ว่าหนเราแกอย่าโวยวาย (Snatch)
เกิดเรื่องราวการปล้นเพชรที่อลเวงแล้วก็ชุลมุนมากมาย ผู้ใดกันแน่ที่ถูกใจ หนังแนวชิงทรัพย์ ที่มีการชิงไหวชิงพริบกันจำนวนมากมีกลุ่มมาเฟียพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆและก็เรื่องราวและก็คาดการณ์ได้ยากจะต้องมองประเด็นนี้

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ฟินกับบรรยากาศ ”วันสงกรานต์” ด้วยการดูหนังออนไลน์

อยู่บ้านวันสงกรานต์แต่ไม่ได้เล่นสาดน้ำ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ แล้วมาฟินกับบรรยากาศวันสงกรานต์ด้วยการดูหนังออนไลน์ที่สาดน้ำกันแบบชุ่มฉ่ำ กับ 5 เรื่องที่เราคัดมาแล้ว ว่าถ้าคุณได้ดูจะต้องอินเหมือนได้ไปเล่นสงกรานต์สาดน้ำจริงๆ ถึงในช่วงนี้เราต้องงดการฉลองสงกรานต์และเล่นสาดน้ำกันไปก่อน เพราะการโรคระบาด “โควิด-19” มีผู้ติดเชื้อในเมืองไทย สถานการณ์ยังคงไม่สงบ และถึงปีนี้เราจะไม่ได้ฉลองสงกรานต์กัน เราก็ยังมีหนังออนไลน์พาเราไปย้อนบรรยากาศการเล่นน้ำ ถ้าคุณได้ดูจะต้องฟินไปกับบรรยากาศสงกรานต์เหมือนได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์จริงๆ แน่นอน

1. สงกรานต์ แสบสะท้านโลกันต์
สงกรานต์ แสบสะท้านโลกันต์ ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากผู้สร้างหลวงพี่แจ๊ส 4G การันตีความฮาด้วยทัพนักแสดงตลกชั้นนำ เช่น โรเบิร์ต สายควัน,น้าค่อม ชวนชื่น,นุ้ย เชิญยิ้ม,บอล เชิญยิ้ม จะเป็นอย่างไรถ้าพวกเขาทั้งหมดต้องมาเป็นนักมวยฝีมือฉกาจ พร้อมศิษย์สาวสุดเซ็กซี่ กับเรื่องราวที่คนดูคาดไม่ถึงที่จะทำให้สังเวียนนี้เต็มไปด้วยความฮา สมทบความฮาโดย นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ,ยอร์ช ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์,ตั๊ก บริบูรณ์และพิงค์กี้ สาวิกา ไชยเดช เรื่องราวจะวุ่นสุดชุลมุน ขนาดไหนตามไปดูเลยจ้าในสังเวียนที่มีแต่ความฮา!ในสงกรานต์ แสบสะท้านโลกันต์

2. ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น
“ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” ผลงานการกำกับของย้ง ทรงยศ จากค่าย GTH ที่สร้างความฮือฮาด้วยการนำดาราเอวีชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง “โซระ อาโออิ” มาร่วมแสดงภายในเรื่อง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสมัยนั้น ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่นแบ่งออกเป็น 4 ตอนย่อยภายในเรื่อง ตัวละครในแต่ละตอนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่เวลาทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือเป็นเวลาช่วงปิดเทอมใหญ่พอดี ไม่ว่าจะเป็น การแย่งกันจีบ “นานา” เพื่อนเก่าสมัยอนุบาลของ “พุ” และ “ไม้” , การลงทุนไปเรียนภาษาจีนของ “โอ๋เล็ก” เพื่อหมายมั่นว่าเธอจะต้องซาบซึ้งในเนื้อหาเพลงของศิลปินต่างชาติที่เธอคลั่งไคล้อย่าง “ตี่ตี๋” ให้จงได้ , “โจ้” เฟรชชี่วัยมหาลัยกับแผนการเฉลยความในใจที่สุดเห่ย และ “เหิร” ชายหนุ่มผู้กะจะไปเซอร์ไพรส์แฟนที่ต้องไปฝึกงานยังจังหวัดอันไกลโพ้นด้วยการนั่งรถไฟ แต่ต้องบังเอิญเผลอใจไปให้กับ “อาโออิ” ดาราเอวีสุดเซ็กซี่ที่มาเที่ยวฟูลมูนในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

3. รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
“รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ จากค่าย GTH ผลงานการกำกับของจิระ มะลิกุล บอกเล่าเรื่องราวของ “เหมยลี่” สาวโสดวัยสามสิบที่เพื่อนในกลุ่มล้วนแต่แต่งงานไปมีครอบครัว แต่แล้วโชคชะตาก็ลิขิตส่ง “ลุง” วิศวกรหนุ่มรูปหล่อที่ทำงานบนสถานีรถไฟฟ้ามาพบกับเธอเข้าโดยบังเอิญ เหมยลี่ตกหลุมรักลุงและพยายามตามจีบทุกวิถีทางถึงแม้เวลาทำงานของทั้งสองคนจะสวนทางกันในเวลากลางวัน-กลางคืนก็ตาม ด้วยความที่รถไฟฟ้า มาหานะเธอโดนใจหนุ่มสาวชาวออฟฟิศเข้าอย่างจัง จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้ไปมากกว่า 147 ล้านบาทจากรอบการฉาย รวมถึง1ในฉากเล่นน้ำสุดคลาสสิกอย่างฉากหล่อทะลุแป้งของเคน ธีรเดช ยังทำเอาสาวๆคลั่งไคล้มาจวบจนทุกวันนี้

4. เมล์นรก หมวยยกล้อ
เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวันสงกรานต์และเข้าฉายในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดีสำหรับ “เมล์นรก หมวยยกล้อ” จากอาร์เอสฟิล์ม ผลงานการกำกับของเรียว กิตติกร ว่าด้วยเรื่องราวของ “โก๋” กระเป๋ารถเมล์สาย 39 ที่ดวงซวยจะต้องมาทำงานในวันสงกรานต์ มิหนำซ้ำยังต้องจับคู่กับ “เฮียเหลา” โชเฟอร์ขี้บ่นที่ไม่ชอบขี้หน้ากันมาตั้งแต่ชาติปางไหน แต่แล้วเหตุการณ์ที่ซวยกว่าเดิมก็มาเยือนเมื่อเฮียเหลาโมโหที่ถูกรถกระบะคันข้างๆสาดน้ำใส่จึงหมายมั่นที่จะขับตามไปเอาเรื่อง ส่งผลให้มีผู้โดยสารคนหนึ่งลงไปขึ้นรถกลับต่างจังหวัดไม่ทัน จึงโมโหอาละวาดพร้อมทั้งเอาปืนขึ้นมาขู่ภายในรถ เหตุการณ์ชุลมุนจึงเกิดขึ้นภายในวันสงกรานต์

5. Lost in Thailand
“Lost in Thailand” หรือ “แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์” เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ภาคต่อจากประเทศจีน กำกับโดย สวี่ เจิง ใช้สถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่ในประเทศไทยคือจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผลตอบรับที่ดีเยี่ยมและทำเงินสูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งยังทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนต่างเดินทางมาประเทศไทยเพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องนี้และเทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก เนื้อเรื่องของแก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์เป็นเรื่องราวของนักวิจัยชาวจีน “ฉือลัง” ที่ต้องเดินทามาหาผู้ถือหุ่นใหญ่ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในประเทศไทยเพื่อเซ็นสัญญา โดยมี “เก๋าป๋อ” นักวิจัยอีกคนได้ติดตามเขามาเพื่อแย่งเอาสัญญาที่ต้องเซ็นไปเป็นผลงานของตนเอง เรื่องราวการไล่ล่าสัญญาอันโกลาหลจึงเริ่มต้นขึ้น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

บรรเทาความอยากเที่ยวด้วยการดูหนัง 9 เรื่อง เที่ยว 9 เมืองในเว็บดูหนังออนไลน์

ไปเที่ยวกันเถอะ! ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บดูหนังออนไลน์ แล้วไปเที่ยวกัน นั่นแน่ หลายคนคงเริ่มงง เว็บดูหนังออนไลน์เกี่ยวอะไรกับการไปเที่ยว? ไม่ต้องงงไป เพราะเราจะชวนทุกคน ไปเที่ยวผ่านการหาดูหนังออนไลน์อยู่บ้านกันจ้า มาดูหนัง 9 เรื่อง ใน 9 เมือง ที่แค่ได้ดูก็อิ่มหัวใจแล้วนะ ช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลกักตัวอยู่บ้านกันแน่ ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด 19 หลายคนคงบ่นเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า เบื่อ!! อยากไปเที่ยวเหลือเกิน แต่ไปได้ไกลสุดแค่หน้าบ้านเอง โถ่วชีวิต ในเมื่อเป็นแบบนี้สิ่งที่เราพอทำบรรเทาความอยากเที่ยวได้ คือไปเที่ยวผ่านโลกออนไลน์นี่แหล่ะ ท่านผู้ชม ไปดูกันดีกว่าจะมีเรื่องไหนพาเราไปเมืองไหนกันบ้าง

1. Before We Go (2015) ก่อนที่เราจะจากกันไป..
พาไปเที่ยว New York City, USA
จะขาดนิวยอร์คไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นผู้หญิงวัย 20 กว่าๆ 30 ต้นๆ แล้วอยากอยากจะอินกับเมืองนี้แบบสุดๆ Gossip Girl และ Sex and the city เป็นสิ่งที่คลาสสิคและ Timeless มากที่สุดนะ แต่วันนี้เราขอเสนอ Before We Go หนังแนวพบรักกับคนแปลกหน้า นี่ก็เป็นเรื่องนึง ที่คุณจะได้อิ่มใจไปกับฉากนิวยอร์คตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็น Grand Central Terminal, บนรถไฟใต้ดิน หรือย่าน Lower East Side

2. Under the Tuscan Sun (2003) ทัซคานี่…อาบรักแดนสวรรค์
พาไปเที่ยว Montepulciano – Positano – Florence
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เกิดมาถึงอายุเท่านี้แล้วไม่เคยมีแฟนสักคนหรือโดนแฟนทิ้งและมีโมเม้นต์แบบ ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว อยากจะออกไปตามหารักแท้ ต้องดูเรื่องนี้ นี่คือหนังของโปรดของหลายๆคนเลยนะ เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงแต่ใส่สีตีไข่ในระดับกลมกล่อมจนต้องอยากไปเที่ยวตามหารักแท้ในทัซคานี่แบบนางเอกเลย ว่าแล้วจะฟินอินแค่ไหนก็ตามไปดูเลยจ่ะ

3. Before Sunset (2004) ตะวันไม่สิ้นแสง แรงรักไม่จาง
พาไปเที่ยว Paris, France
หนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งใน Before Series ที่ดีที่สุดเลยล่ะ จุดเด่นของหนังเรื่องเป็นหนังที่คนวัย Late 20s – Early 30 มีอารมณ์ร่วมได้มากสุด คนที่เคยตกหลุมรักบังเอิญมาเจอกันอีกรอบเลยเดินคุยกันไปเรื่อยๆในปารีส กับโลเคชั่นสุดคลาสสิคอย่างร้านหนังสือ Shakespeare and Company,ร้านกาแฟ Le Pure Café,สวน La Promenade Plantée หรือ ริมแม่น้ำ Seine มีแต่สถานที่สวยๆทั้งนั้น ไปเที่ยวผ่านหนังเรื่องนี้กันได้เลย

4. Vicky Cristina Barcelona (2008) วุ่นวายรักที่บาร์เซโลน่า
พาไปเที่ยว Barcelona, Spain
เรื่องราวของเพื่อนสาวสองคนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแล้วดันไปชอบผู้ชายคนเดียวกัน เรื่องนี้เป็น 1 ใน 2 ของเรื่องที่มีผู้กำกับคือ Woody Allen ที่หลายๆคนเป็นเป็น FC ลุงวูดดี้จะรู้ว่าภาพและเสียงสวย และคลาสสิคเว่อร์ ในเรื่องก็ไปเที่ยว Barcelona ตามชื่ออ่ะนะ มีโลเคชั่นแลนด์มาร์คอย่าง La Sagrada Familia, Casa Milà และ Park Güell ไปตามรอยกัน

5. 500 Days of Summer (2009) ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ
พาไปเที่ยว Los Angeles, USA
ทุกคนคะ เรายังอยู่อเมริกากับ 500 Days of Summer สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูต้องไปดู ส่วนคนที่ดูแล้วก็ไปดูอีกนะ มีหลายที่ใน LA ที่ไม่ค่อยมีหนังเรื่องอื่นถ่ายทำกันเท่าไหร่อย่าง Silver Lake หรือ Downtown LA ในเรื่องไม่ได้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเที่ยว จนดูแล้วจะต้องอยากแพคกระเป๋าไป LA ทันทีทันใด แต่ดูหนังเรื่องนี้คุณจะได้เสพมุมต่างๆของเมืองผ่านเนื้อเรื่องแทนนะ อ้ะไปดู

6. Midnight in Paris (2011) คืนบ่มรักที่ปารีส
พาไปเที่ยว Paris, France
กลับมาที่ปารีสและหนังของ Woody Allen เป็นการ Combination ของ 2 สิ่งนี้มันทำให้ทุกอย่างคลาสสิคมาก เอาเป็นว่าแค่ฉากเปิดมาก็อยากไปปารีสจะแย่แล้ว มีจุดที่ไปตามรอยได้หลายแห่ง เช่น Musée Rodin ,Musée de l’Orangerie – Jardin des Tuileries ,Café du Trocadéro ,Flea Market, Saint-Ouen, Seine-Saint-Denis

7. The Secret Life of Walter Mitty (2012) ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
พาไปเที่ยว Iceland – Greenland
ใช่ค่ะ จะเป็นการแนะนำลิสท์หนังที่ทำให้อยากเที่ยวไม่ได้ถ้าไม่มี Walter Mitty หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่ที่แปลกว่าคือถ้าลองหยิบมาดูอีกครั้ง จะมีมุมมองต่อหนังที่ต่างออกไป และจะได้เห็น โลเคชั่นเด็ดๆในเรื่องนี้ แน่นอน

8. About Time (2013) ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก
พาไปเที่ยว London – Cornwall, England
เรื่องนี้ถ่ายกันที่ 2 เมืองหลักๆในอังกฤษคือ Cornwall และ London
เราอยากแนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง คือดูแล้วจะได้ความอิ่มอกอิ่มใจกับเนื้อหาและสถานที่ถ่ายทำสวยๆ เอาเป็นว่าเป็นหนังที่ดีงามจนต้องตามไปดู

9. Wild (2014) ไวลด์ เดินก้าวไปตราบหัวใจไม่ล้ม
พาไปเที่ยว Pacific Crest Trail, USA
เป็นหนังที่เนื้อหาดีอีกเรื่องสำหรับ Wild แต่สิ่งที่อิ่มเอมใจมาก คือวิวตลอดทางที่ตัวเอกของเรื่องเดิน เป็นโลเคชั่นเด็ดที่สุดที่ว่าเห็นแล้วต้องอยากไป ขึ้นเขา ลงห้วย เดินป่า ลุยหิมะ ที่ pacific crest trail ตามหนังเรื่องนี้เลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หนังรักกับจิตวิทยาที่ว่าทำไมถึงมีอิทธิพลต่อใจเรา

ดูหนังออนไลน์ เชื่อว่าหลายคนเวลาค้นหาหนังสักเรื่องดูใน เว็บดูหนังออนไลน์ มักจะค้นหาหนังที่เกี่ยวกับเรื่องความรัก และยังคงอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆของการค้นหาเลยทีเดียว หนังรักโรแมนติกคือสิ่งหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มโลกและชีวิตของเราให้คลุ้งไปด้วยสีชมพูและความหวาน ซึ่งบางครั้งอาจจะหวานกว่าชีวิตรักที่ผ่านมา แต่บางคนยังมองว่าหนังโรแมนติกคอเมดี้ทำให้ผู้ชมเกิดภาพฝันว่าชีวิตรักของตนต้องเป็นเหมือนตัวละครในเรื่อง และโหยหารักในอุดมคติ ซึ่งจริงๆ แล้วหนังรักก็มีทั้งผลทั้งในเชิงบวกและผลในเชิงลบ เราจึงอยากชวนคุณไปทำความรู้จักกับหนังรักในมุมของจิตวิทยาว่ามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราอย่างไร

1. จิตวิทยาเชิงบวกกับหนังโรแมนติกคอเมดี้
หนังโรแมนติกคอเมดี้ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะช่วยเยียวยาหัวใจ และพาเราหลีกหนีออกจากโลกความจริงได้ บางครั้งก็ทำให้หัวใจชุ่มชื่นราวกับได้เข้าไปอยู่ในหนังเรื่องนั้นเสียเอง ซึ่งความรู้สึกด้านบวกเหล่านี้เป็นผลมาจาก ‘จิตวิทยาเชิงบวก’ ของหนังรัก
จิตวิทยาเชิงบวก (Positive psychology) คืออะไรและวิทยาศาสตร์แขนงนี้เกี่ยวข้องกับหนังรักอย่างไร ผู้เขียนขออธิบายก่อนว่า จิตวิทยาเชิงบวก เป็นแนวคิดของ มาติน เซลิกแมน (Martin Seligman) เขาศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่ทำให้เกิดอารมณ์ด้านบวกและพฤติกรรมเชิงบวก ​ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตได้ และประเด็นการดูหนังรักแล้วเกิดความสุขนั้นสอดคล้องกับหลักจิตวิทยาเชิงบวกที่ต้องการเน้นเรื่อง ‘ชีวิตที่ดี’ (the good life) และการดูหนังรักโรแมนติกคอเมดี้ยังสร้างความสุขให้กับเราผ่านเรื่องราวและบทสนทนาที่ทำให้เกิดเป็นความรู้สึกอันลึกซึ้ง อีกทั้งยังช่วยให้เราค้นพบพฤติกรรมบางอย่างของตัวละครในเรื่องอีกด้วย

2. จิตวิทยาเชิงลบกับหนังรักพาฝันคือตัวทำลายความสัมพันธ์
หลายครั้งที่เราจะเห็นหนังหลายๆเรื่อง มักหยิบเรื่องของความรักมาเป็นประเด็นหลักในการนำเสนอ จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ‘ผู้สร้างหนังรักนั้นนำเสนอความรักโรแมนติกออกมาเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่’ เนื่องจากบางงานวิจัยแสดงให้ว่าความสัมพันธ์ในชีวิตจริงจบลง เพราะผู้คนยึดรูปแบบความรักจากหนังรักมาเป็นต้นแบบของชีวิตคู่ จึงเรียกสิ่งนี้ว่าทฤษฎีการอบรมสั่งสอน (Cultivation theory) หมายความว่า สื่อจะมีอิทธิพลในการสร้างความคิดและทัศนคติบางอย่างให้กับสังคม จนส่งผลต่อโลกแห่งความจริงที่ผู้คนเหล่านั้นมีความเชื่อว่า ชีวิตของพวกเขาต้องเป็นไปในลักษณะเดียวกับสิ่งที่หนังรักนำเสนอออกมา
นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังพบอีกว่า ‘หนังรักสามารถทำลายความสัมพันธ์ได้เช่นกัน’ เพราะหนังรักส่งผลต่อความคิดและทัศนคติด้านลบของผู้หญิง คือทำให้สัญชาตญาณของพวกเธอลดลง จนบางครั้งทำให้พวกเธอติดภาพว่าชายหนุ่มในอุดมคติต้องมีความมั่นคงและซื่อตรงถึงจะเรียกได้ว่าเป็นชายที่แสนดี

แม้ว่าการดูหนังรักจะช่วยให้เยียวยาวจิตใจและช่วยทำให้เกิดความรู้สึกด้านบวกในเรื่องความรักและความสัมพันธ์ แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าหนังรักคือเหตุผลในที่ทำให้คู่รักยุติความสัมพันธ์ลง เพราะบางคนไม่อาจแยกมันออกจากชีวิตจริงได้ และยึดติดว่ารักที่พบเจอต้องเหมือนกับหนังรัก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com